จากข้อมูล GPS จากรถแท็กซี่ที่ให้บริการโดยมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย ในวันที่ 1 กุมพาพันธ์ 2559
อาจารย์ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระ เหมืองสิน
จากข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลมาแล้ว นำมากรองให้เหลือเพียงแค่สถานะข้อมูลที่เป็น O-Origin (ตำแหน่งแรกที่ผู้โดยสารอยู่ในรถ) และนำมาทำการสร้างแผนที่แบบ Grid Map โดยในแต่ละช่องเขตแดน (Tile) มีขนาด 500 เมตร และใช้สีแทนความหนาแน่นของข้อมูลในตำแหน่งช่องต่าง ๆ โดยประมวลผลข้อมูลทีละชั่วโมง เพื่อศึกษาความแตกต่างของพฤติกรรมการใช้บริการ และการให้บริการของรถแท็กซี่
จากข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลมาแล้ว นำมากรองให้เหลือเพียงแค่สถานะข้อมูลที่เป็น D-Destination (ตำแหน่งสุดท้ายที่ผู้โดยสารอยู่ในรถ) และนำมาทำการสร้างแผนที่แบบ Grid Map โดยในแต่ละช่องเขตแดน (Tile) มีขนาด 500 เมตร และใช้สีแทนความหนาแน่นของข้อมูลในตำแหน่งช่องต่าง ๆ โดยประมวลผลข้อมูลทีละชั่วโมง เพื่อศึกษาความแตกต่างของพฤติกรรมการใช้บริการ และการให้บริการของรถแท็กซี่
จากข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลมาแล้วและนำมาทำการคำนวณความหนาแน่นของตำแหน่งแรกที่ผู้โดยสารอยู่ในรถ และตำแหน่งสุดท้ายที่ผู้โดยสารอยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว นำผลลัพธ์ที่ได้มาประมวลผลเพื่อหาความหนาแน่นของตำแหน่งที่มีอัตราการรับผู้โดยสารสูงกว่าอัตราการส่งผู้โดย เพื่อหาตำแหน่งที่แท็กซี่จะมีโอกาสที่จะได้รับผู้โดยสารสูงในช่วงเวลาต่าง ๆ
จากผลลัพธ์ที่ได้หลังจากผ่านการประมวลผลมาเรียบร้อยแล้วนั้น จะเห็นได้ว่า อัตราส่วนของพฤติกรรมแบบที่ 2 จะสูงกว่าพฤติกรรมแบบอื่นมากในทุกช่วงเวลาของวัน แต่พฤติกรรมแบบที่ 1 และพฤติกรรมแบบที่ 3 นั้นจะมีอัตราส่วนที่ต่ำ แต่มีค่าแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาอย่างมีนัยสำคัญ
เส้นสีฟ้า แสดงถึงจำนวนทริปจากข้อมูลที่มีโดยตรง และเส้นสีส้มแสดงถึงจำนวนทริปที่ได้ทำการตัดทริปที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นทริปที่เกิดจากการปฏิเสธผู้โดยสาร โดยการพิจารณาตัดผู้โดยสารออกน้ันมาจากเวลาของทริปเป็นหลัก
เพื่อใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการหาผู้โดยสารของรถแท็กซี่ ได้ทำการประมวลผลข้อมูลหาอัตราเร็วและความเร็วในช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์
1. จอดรอผู้โดยสารอยู่กับที่
2. ขับตามทางไปเรื่อย ๆ เพื่อหาผู้โดยสาร
3. ขับวนอยู่ในบริเวณใด ๆ เพื่อหาผู้โดยสาร
* ผลการวิเคราะห์พฤติกรรมการหาผู้โดยสารของรถแท็กซี่อาจมีข้อผิดพลาด